ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 2

 

แล้วขนาดของตลาด จำนวนประชากรหรือความแตกต่างของสภาพสังคม มีผลต่อโอกาสการทำธุรกิจบ้างไหม

  • ลิต้า : ตอนนี้ประชากรของพม่าอยู่ที่ประมาณ 52 ล้านคน ซึ่งจริงๆ ก็เยอะพอๆ กับเรา ล่าสุดประชากรเขาก็ประมาณเท่าๆ ประเทศไทย อาจจะมีเรื่องของการหายไปจากครัวเรือน แต่ก็คิดว่าใกล้เคียงกัน
  • เหว่ย : ในจุดนี้มีสองประเด็นที่เราควรคิดถึง จุดแรกคือเรื่องของข้อมูลต่างๆ ที่มันมีอยู่ ปี 1986 ถือเป็นปีสุดท้ายที่มีการเก็บสำมะโนประชากรของพม่าจนถึงเมื่อปลายปีก่อน ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าจำนวนประชากรในพม่ามีกี่คน เพราะไม่มีการทำสำมะโนประชากรกันเลย เราไม่สามารถเดินไปที่สถาบันทำวิจัยแล้วขอดึงข้อมูลมาอย่างในไทย หรือไม่สามารถไปขอซื้อข้อมูลจากบริษัทรีเสิร์ชได้ จนมาเมื่อปลายปีก่อน ยูนิเซฟถึงเข้าไปทำสำมะโนประชากร เราถึงรู้แล้วว่ามีตัวเลขเท่าไหร่ อันนี้คือความลำบากในการทำงานช่วงแรกๆ ของเรา อันที่สองคือ จำนวนประชากร เทียบกรุงเทพฯ กับย่างกุ้ง ย่างกุ้งที่เป็นเมืองเศรษฐกิจของพม่าที่ไม่ใช่เมืองหลวง แต่ก็เป็นเมืองหลัก ขนาดของย่างกุ้งใหญ่พอๆ กับนนทบุรีของบ้านเรา ซึ่งนนทบุรีก็เล็กกว่ากรุงเทพฯ อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่จำนวนประชากรของย่างกุ้งพอๆ กับกรุงเทพฯ ทำให้ความหนาแน่นของจำนวนประชากรในย่างกุ้งมากกว่ากรุงเทพฯ เป็นเท่าตัว ด้วยความที่มันเป็นเมืองเศรษฐกิจ คนก็เลือกที่จะมาแออัดกันอยู่ในย่างกุ้ง เพราะว่าสาธารณูปโภคดีที่สุด ธุรกิจต่างๆ ก็ยังแออัดกันอยู่ตรงนี้ มันเลยทำให้ย่างกุ้งเป็นเมืองที่มีความเฉพาะตัว ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่เพิ่งเปิด แต่ว่าค่าที่ดินนี่แพงมาก แพงกว่าสุขุมวิทบ้านเราอีก ตรงนี้ก็เป็นอุปสรรคในการที่ธุรกิจต่างๆ จะเข้าไปทำงาน ส่วนในมุมของผู้บริโภคที่นู่น เขาจะอยู่กันคล้ายๆ กับเป็นแฟลตในฮ่องกง แบบตึกแถวมี 5 ชั้น แล้วก็แบ่งกันอยู่หนึ่งชั้น หนึ่งห้อง คือหนึ่งครัวเรือน ขณะที่ชาวต่างชาติที่เข้าไปก็มีเยอะ ญี่ปุ่นเยอะ เกาหลีเยอะ คนไทยเยอะ คนจีนเยอะ ซึ่งแรกๆ จะเป็นพวกเอ็นจีโอ หลังๆ ก็เป็นพวกนักธุรกิจ ทำให้มีธุรกิจบริการที่เปิดรองรับชาวต่างชาติค่อนข้างมาก ซึ่งก็จะแพงมาก เรียกว่าแพงกว่าสิงคโปร์อีก แต่ถ้าคนท้องถิ่นที่นู่นเอง เขาก็มีอะไรของเขาอยู่สบายๆ   
  • ลิต้า : ยกตัวอย่างเช่นถ้าเทียบกับค่าแท็กซี่ จากที่เราอาจจะต้องเสียค่าแท็กซี่เยอะๆ ในการเดินทางที่ 100 บาท แต่ว่าที่นู่นเราอาจจะต้องเสียประมาณ 140-170 บาทอะไรแบบนั้น ก็ถือว่าแพงกว่าบ้านเราพอสมควร

 

mountain-design-article-1000x563px-011-1

 

พฤติกรรมของคนย่างกุ้งเป็นอย่างไร ทั้งงรูปแบบการบริโภค และการเปิดรับสื่อต่างๆ

  • เหว่ย : รูปแบบรวมๆ ณ ตอนนี้ ถือว่าเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราจะยึดอะไรค่อนข้างลำบาก มันจะไม่เหมือนว่าคนไทยต่างกับคนญี่ปุ่น ยังไง อันนั้นเรานึกออก แต่คนที่นู่นคือเหมือนกับว่าเขายังไม่มีรูปแบบตัวตนที่ชัดเจนของเขา เพราะว่ายังอยู่ในช่วงของการเปิดและเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากๆ ผมจะยกตัวอย่างอยู่บ่อยๆ ในเรื่องของการใช้โทรศัพท์ อย่างของเรา เราใช้ 20 ปี ในการวิวัฒนาการจากโทรศัพท์บ้านมาเป็นโทรศัพท์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จากโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือรุ่นกระติกน้ำ เล็กลงมาหน่อย มีบริการแบบวอยซ์คอล เอสเอ็มเอส เอ็มเอ็มเอส  จีพีอาร์เอส จนมา 3G หรือ 4G แต่ของที่นู่น เมื่อประมาณปลายปีก่อนเดือนตุลาคม เขาเพิ่งจะเปิดประมูลเรื่องสัญญาณโทรศัพท์ แล้วเขาก็ใช้เวลาแค่ไม่ถึงปีก็ข้ามมาใช้เทคโนโลยีเดียวกับบ้านเราแล้ว จากเดิมที่คนอาจจะไม่เคยใช้แม้กระทั่งโทรศัพท์พื้นฐาน แต่อยู่ดีๆ มาวันนี้ใช้ 3G ได้บนสมาร์ทโฟนที่ราคาถูกมาก เพราะว่าแบรนด์ไหนพอเข้าไปก็ต้องแข่งขันกัน พยายามดึงฐานผู้บริโภคของตัวเองด้วยราคา เพราะฉะนั้นอยู่ดีๆ งงๆ งวยๆ คนพม่าก็มี 3G ใช้แล้ว ซึ่งมันทำให้วิธีการเปิดรับอะไรของเขาไม่เหมือนกับบ้านเรา

 

มองว่าย่างกุ้งหรือพม่าเอง มีโอกาสที่จะกระจายความเจริญออกไปได้อีกมากไหม

  • เหว่ย : เราคิดว่าเขาคงหนึ่งคือจะเหมือนบ้านเรา ตรงที่ว่าเรามีกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เขาก็มีย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์  มัณฑะเลย์ก็คล้ายๆ เชียงใหม่คือเป็นเมืองเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ศูนย์กลางของภาคเหนือของเขา ส่วนย่างกุ้งก็คือเมืองเศรษฐกิจ ศูนย์กลางต่างๆ จากช่วงล่าง
    ลิต้า : ผมมองว่าอาจจะมีเสริมของการขยายไปเมืองอื่นๆ อย่าง เนปิดอว์ ที่เป็นเมืองราชการ อาจมีฐานต่างๆ ที่จะกระจายเพิ่มได้เข้าไปตรงนั้น ซึ่งการทำงานของเราก็ต้องไปตามเมืองอื่นๆ ด้วย แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า เช่น ลูกค้าบางแบรนด์ก็ต้องไปทำตลาดกับผู้บริโภคที่อยู่ตามนอกเมืองหรือตามชายแดนด้วย แล้วแต่ว่าความต้องการของตลาดเป็นอย่างไร
    เหว่ย : คือถ้าเมืองอื่นๆ ผมต้องแบ่งประเภทก่อน ก็คือศูนย์กลางเศรษฐกิจจะเป็นย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกำลังซื้อสูง เป็นศูนย์กลางสำหรับการกระจายสินค้าและบริการต่างๆ ออกไป  กับสองคือเมืองตามชายแดน จากท่าขี้เหล็ก เชียงตุง เมียวดี

 

แล้วเรื่องพัฒนาการของสื่อเป็นอย่างไรบ้าง

  • เหว่ย : สื่อนี่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเลยครับว่าประเทศเขาเปิดยังไง คือเราเองจะต้องตามให้ทัน เพราะเขาจะมีสื่อใหม่ๆ ออกมาเยอะมาก เช่นอยู่ดีๆ ก็มีจอแอลอีดีไซส์ยักษ์ขึ้นมากลางสี่แยกซะงั้น แล้วหลังๆ มานี่คือสื่อหลากหลายมาก แล้วก็เพียงพอที่จะตอบโจทย์ในแต่ละความต้องการของลูกค้า ลูกค้าที่มีช่องทางการกระจายสินค้าทั่วประเทศต่างๆ ก็ยังต้องอาศัยทีวี ซึ่งก็แข็งแรงมากขึ้นทุกวัน ทั้งเรื่องของการกระจายสัญญาณ แล้วก็เรื่องของเนื้อหาที่ก็ดีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นลูกค้าที่วัยรุ่นจังเลย ทันสมัยมากๆ  เรื่องของโฆษณาบนเฟซบุ๊ก หรือพวกดิจิทัลต่างๆ มันก็เริ่มโอเค มันเริ่มดึงคนได้ดี เราเริ่มได้ฟีดแบ็กที่โอเคขึ้น มันมีสื่อให้เล่นเยอะขึ้นมาก แบบคนในเมืองก็ทั้งแบบป้ายไฟ แบบแอลอีดีให้ใช้ ไม่ใช่เอะอะๆ ก็ทีวีหรือหนังสือพิมพ์ แต่ตอนนี้มันมีสื่อทางเลือก แล้วผู้บริโภคก็เริ่มแตกต่าง มีรูปแบบเฉพาะกันมากขึ้น มันก็สะท้อนถึงการใช้สื่อที่แตกต่างกัน เราก็ต้องใช้ให้เป็น ถึงตอนนี้การใช้สื่อจะยังไม่อยู่ในช่วงที่มีการแข่งขันที่สูงมาก เหมือนกับที่เมืองไทยที่จะต้องแย่งไพรม์ไทม์กัน แต่สิ่งที่เป็นสาระสำคัญกับการทำงานสื่อที่นู่น จะเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างเรากับซัพพลายเออร์ และที่ต้องระวังอีกอย่างก็คือ เขาอยู่ในภาวะการเจริญเติบโตที่เร็วมาก มีการเปลี่ยนแปลงอะไรค่อนข้างเยอะและบ่อย อย่างของเราปีหนึ่ง ราคาสื่ออาจจะขึ้นครั้งหนึ่ง ของเขาอาจจะขึ้นถี่กว่าเราหน่อย ก็ต้องคอยตาม

 

ถ้าพูดกันในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์หรืองานครีเอทีฟแบบของเรา มันใช้สื่อสารกับเขาได้มากน้อยแค่ไหน

  • เหว่ย : เรื่องของภาษาครีเอทีฟ ผมว่ามันต้องทำงานร่วมกันครับ อย่างที่บอกว่าเราก็เซ็ตตัวเราเองให้เป็นแบบไฮบริดเหมือนกัน ดังนั้นเราจะไปครีเอทีฟจ๋า หรืออินโนเวทีฟจ๋าขนาดนั้นเขาย่อมไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่อยู่ในโหมดภาวะแวดล้อมที่จะมา เฮ้ย! อะไรเนี่ย หรือว้าวเหมือนกับที่เราเป็น ก็ต้องมาง่ายๆ ตรงๆ อย่าซับซ้อน อย่าแบบอะไรเยอะ อย่าล้ำมากไป แล้วก็ในขณะเดียวกันเราก็ต้องพูดในภาษาของเขาด้วย ไม่ใช่แค่แบบทำมาแล้วแปลเสร็จคือจบ เพราะเขาก็มีแง่มุมที่เขาชอบแตกต่างกัน ที่สุดแล้วมันคือต้องใช้ความครีเอทีฟอขงเราไปปรับใช้กับโลคอลของเขาให้มันลงตัว

 

สนใจอ่าน : ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 1
สนใจอ่าน : ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 3

 

ที่มา Creative Thailand