ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 3

 

วิธีการที่เขามองคนไทยล่ะ

  • เหว่ย : เขาชอบคนไทย เรื่องที่เราชอบคิดอะไรกันผมว่ามันเป็นเรื่องของตำราเรียน แล้วก็เป็นเรื่องของการปลูกฝัง ซึ่งจริงๆ แล้ว เขาไม่ได้มีความคิดอะไรแบบเราเลย เคยมีคำถามจากน้องๆ ในออฟฟิศที่เขาเป็นคนพม่าแล้วได้เข้าไปเรียนหนังสือที่ประเทศไทย ก็จะมีคำถามจากคนที่ไม่ได้ไปเมืองไทยมาถามคนที่เคยไปเรียน ว่าทำไมคนไทยบางส่วนถึงไม่ชอบคนพม่า วิธีการอธิบายก็คือ  เป็นเพราะว่าในตัวประวัติศาสตร์ของเรา เราไม่เคยเสียดินแดนให้ใครเลยยกเว้นพม่า เราก็เลยไปฝังใจเรื่องประเทศ แต่จริงๆ แล้วเขาก็โอ้โห! จริงเหรอ เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนไทยแคร์เรื่องนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาค่อนข้างชอบเรา เปิดรับเรา และค่อนข้างรับรู้ว่าเราดี คือสินค้าอะไรก็ตามที่เขียนว่าเป็น Product of Thailand จะถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี เพราะว่าสินค้าในประเทศเขาอาจจะยังไม่มีการควบคุมการจัดการที่ดีในเรื่องของมาตรฐานต่างๆ หรือสินค้าเข้ามาเยอะจากเมืองจีนบ้าง บังกลาเทศ หรือเนปาลอะไรที่มาจากทางเรือ ก็จะไม่มีตรามาตรฐานที่เอาไว้ดู เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องระมัดระวัง การเลือกสินค้าของเขา สินค้าจากไทยก็เลยกลายเป็นของมีมาตรฐาน
  • ลิต้า : เรียกว่าตั้งแต่สินค้าในชีวิตประจำวันทั่วไป ไปจนถึงสินค้าก่อสร้าง วัสดุก่อสร้างทุกอย่าง เขาจะมั่นใจในของๆเรามาก

 

mountain-design-article-1000x563px-012-1

 

ถ้ามีคนที่อยากทำธุรกิจในพม่า มันยังมีอะไรที่น่าไปลองหรือควรระวังไหม

  • เหว่ย : คือเราเองเราอยู่มาก่อน ก็จะมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เฮ้ย! อยากจะเข้าไปพม่าจังเลย ไปทำนู่นทำนี่อะไรอย่างงี้ แต่ว่าการที่เขาเข้าไปเขาอยากทำ แต่ตัวเขาอยู่เมืองไทย มันไม่สามารถทำได้ คือถ้าจะทำก็ต้องเข้าไปอยู่ เข้าไปใช้ชีวิตดู เข้าไปมองจริงๆ ว่ามันเป็นยังไง คือคุณจะอยู่เมืองไทยแล้วนึกอยากทำขึ้นมาก็บินไป หรืออะไรแบบนั้น บินไปบินมา เอาจริงๆ มันค่อนข้างไม่เห็นภาพหรอกครับ มันไม่ได้สัมผัส   
  • ลิต้า : อย่างผมมีคนรู้จักคือเขาทำอาหารเสริม แล้วเขาก็ถามว่า เนี่ยอยากจะเอาอันนี้เข้าไปขาย ช่วยหน่อย ผมก็ตอบไปตรงๆว่าต้องเข้าไปอยู่เอง เพราะว่าคนที่จะรู้จักสินค้าดีที่สุดก็คือตัวเขา แล้วเวลาขายเนี่ยเขาก็ต้องรู้ว่าสินค้าของเขาเหมาะรึเปล่า ผมก็แนะนำว่าคุณต้องเข้าไปอยู่ ถ้าคุณไม่เข้าไปอยู่ คุณก็ไม่รู้หรอก ถ้าคุณคิดว่า เดี๋ยวไปหาคนช่วยประจายสินค้าซักเจ้า แล้วไปฝากเขาขายให้ เป็นผม ผมก็มองแล้วว่าคุณเป็นใคร ทำไมเขาถึงต้องมาขายให้กับคุณ ทางที่ดีคือคุณก็ต้องลองไปอยู่เอง ไปทำตลาดเอง   
  • เหว่ย : คืออย่างเช่นในมุมของนักการตลาดทั้งหลาย ถ้าเขาเข้าไป คือเราอยากให้เขาลืมไปทั้งหมด ลืมสิ่งที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จที่ไทย หรือแม้แต่ไปทำที่ประเทศอื่นๆ ลาว เขมร เวียดนาม ลืมไปให้หมดเพราะทฤษฎีของคุณ มันไม่สามารถเอามาปรับใช้กับที่นี่ได้หรอก อย่างที่บอกคือเขาไม่ได้อยู่ในการวิวัฒนาการ 20 ปี เขาอยู่ในความเปลี่ยนแปลงที่มันปึ๊บปั๊บๆ เพราะฉะนั้นเขามีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง กลยุทธ์อะไรต่างๆ มันเอามาปรับใช้ไม่ได้ทันที คุณต้องลงไปตรงนั้น

 

ต้องลงไปคลุกคลีเองเลย มันพอจะมีทางลัดหรือหลักสูตรเร่งรัดบ้างไหม

  • เหว่ย : หลักสูตรเร่งรัดมีครับ คือการไปพาร์ทเนอร์กับคนโลคอล ก็เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุด เหมือนกับว่าเลือกคนได้ถูกก็ดีไปทั้งชีวิต   
    ลิต้า : ผมอยากจะเสริมนิดหนึ่งว่า สำหรับคนที่เป็นเอสเอ็มอีที่อยากจะเข้าไปเปิดตลาดในพม่า ก็ต้องมองว่าพื้นฐานของตัวเองด้วย ถ้าคุณเป็นตัวแทนของสินค้าประเภทหนึ่งที่มีงบการตลาดเยอะ ผมเห็นด้วย อยากให้คุณเข้าไป อยากให้คุณลุยเลย เข้าไปคุณไปหาคนช่วยกระจายของให้คุณได้เลย แต่ถ้าคุณคิดว่างบคุณน้อย แล้วคุณมีแต่ของ คุณต้องทำเอง คุณจะไปฝากความหวังไว้กับคนที่นั่นอาจจะฝากไม่ได้ ถ้าคุณทำเอง เท่าที่ผมรู้จักมา ผมว่าร้อยหนึ่ง อาจจะมีสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะประสบความสำเร็จ แต่คุณต้องไปอยู่เองนะ แล้วตอนนี้คนไทยที่ไปก็จะมีสังคมของคนไทยอยู่ที่นู่น ซึ่งก็จะช่วยเหลือกัน ทางสถานทูตไทยก็ให้ความช่วยเหลือเราเต็มที่

 

ถ้าเทียบเป็นคะแนนความยากง่าย ตลาดพม่าถือว่าปราบเซียนไหม

  • เหว่ย : ถ้ายากคือเต็ม 10 ผมว่ามันยากในบริบท แต่มันง่ายที่เขาอยู่ข้างเรา แบบประเทศที่มีพื้นที่ติดกัน คล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม หรือแม้แต่เรื่องของภูมิอากาศ ก็เป็นข้อได้เปรียบ แต่ว่าความยากคือไม่ว่าคนไทยเข้าไป หรือคนต่างชาติเข้าไป มันก็ยากเหมือนกันตรงความยังไม่ชัดเจนของเทรนด์ในพม่า และเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผันผวน ไม่ใช่ว่ามีความเสี่ยงสูงนะครับ แต่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับการเมือง หรือเรื่องของสภาพอากาศด้วยซ้ำ บางทีน้ำท่วมถ้าเป็นบ้านเราหรือประเทศอื่นคงจัดการได้เร็ว ฟื้นได้เร็ว แต่ว่าของเขามันมีตัวแปรเยอะ ก็ต้องเอาใจใส่ที่หมายถึงการเอาตัวเองใส่เข้าไปด้วยจริงๆ

 


 

 

Creative Ingredients

 

สิ่งที่ต้องทำเป็นกิจวัตรทุกวันในการทำงาน

  • เหว่ย : เพราะงานที่ทำทุกวันค่อนข้างเครียดและทีมเองก็เต็มที่กับงานมากๆ ที่ต้องทำทุกวันจึงเป็นการจัดเวลาเดินไปคุยกับทีม ทักทาย ถามไถ่ หรือแม้แต่แซวหยอกล้อ เพื่อช่วยลดความเครียดและสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน เราก็เห็นการทำงานของแต่ละคน ได้แนะนำ ช่วยแก้ปัญหาไปด้วย ที่สำคัญบรรยากาศที่ดียังช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนงานได้
  • ลิต้า : ต้องเช็กอีเมลและคุยกับทีมงานเกี่ยวกับความคืบหน้าของแต่ละแคมเปญ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ และคอยให้คำปรึกษากับทีมงาน ช่วยเรื่องการจัดการประสานงานกับทางคนท้องถิ่นให้ทุกๆ งาน ผ่านไปได้ด้วยดี

 

เมืองหรือประเทศที่อยากไปเที่ยว อยากไปใช้ชีวิต หรือไปทำธุรกิจมากที่สุด เพราะอะไร

  • เหว่ย : อยากทำธุรกิจที่พม่าแหละครับ แต่อยากกลับไปเที่ยวอังกฤษอีก เพราะตั้งแต่เรียนจบมายังไม่มีโอกาสได้กลับไปเลย
  • ลิต้า : อยากขับรถเที่ยวทั่วยุโรปและอเมริกา แล้วก็อยากไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย ส่วนเรื่องการสร้างธุรกิจ คงจะเป็นที่พม่า อยากสร้างธุรกิจที่เหลือในความคิดให้เกิดขึ้นในพม่าให้ได้มากที่สุด

 

ความเชื่อหรือทัศนคติส่วนตัวในการใช้ชีวิต

  • เหว่ย : Happiness is by choice, not by chance.
  • ลิต้า : คนเราเมื่อคิดว่าถึงทางตัน มักจะมีช่องเล็กๆ ที่เรียกว่า “โอกาส” เกิดขึ้นเสมอ เพราะฉะนั้น “จงอย่ายอมแพ้”

 


 

สนใจอ่าน : ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 1
สนใจอ่าน : ครีเอทีฟไทย ในภาษาสากล ตอนที่ 2

 

ที่มา Creative Thailand