ประวัติเสื้อยืด T-Shirt ตอนที่ 2

 

Wear to Value

ในแต่ละปี เฉพาะแค่สหรัฐอเมริกาต้องเสียค่าขนส่งเสื้อผ้ามือสองจากการบริจาคหรือขายต่อให้แก่ประเทศโลกที่สามกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อลองตามไปดูตลาดเสื้อผ้ามือสองจิกอมโบ (Gikombo Market) ในเคนยา จะพบว่าบรรดาเสื้อยืดจะถูกบรรจุเป็นกระสอบใหญ่และขายทั้งกระสอบโดยไม่สามาถเปิดดูได้ให้แก่พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อ (เฉลี่ยตัวละ 15 เซนต์) ก่อนจะนำไปคัดขายแยกชิ้นต่อให้กับพ่อค้าในตลาด (เฉลี่ยตัวละ 45 เซนต์) เพื่อนำเสื้อยืดที่คัดแล้วมาซัก รีด และอาจจะตัดเย็บเพิ่ม เมื่อบวกค่าแรงและค่าขนส่ง สุดท้ายเสื้อยืดเหล่านี้จะขายได้เฉลี่ยตัวละ 1.2 เหรียญสหรัฐฯ และแม้ว่าเสื้อยืดมือสองอาจมีราคาไม่มากสำหรับบางคน แต่อีกหลายคนกลับมองว่าเสื้อยืดมือสองคือของสะสม ธุรกิจประเภทนี้จึงเป็นตลาดที่มีลู่ทางชัดเจน ตัวอย่างเช่น เจมส์ แอพเพิลเกท (James Applegath) ที่เคยขายเสื้อยืดมือสองรุ่นออริจินัลจากคอนเสิร์ตวงเลด เซพเพลิน (Led Zeppelin) ได้สูงถึง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ จนได้ตำแหน่ง “Entrepreneur of the Year Award” จากอีเบย์ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ขายเสื้อยืดมือสอง Defunkd.com เพราะสำหรับเขา เสื้อยืดมือสองคือสิ่งมีค่าที่ทำให้เราหวนระลึกถึงอดีตที่เรารักแต่ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้นั่นเอง

 

mountain-design-article-1000x563px-014

 

Wear to Show Art

ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมปงปิดู (Centre Pompidou) ในปารีส ได้เริ่มเก็บสะสมเสื้อยืดรุ่นออริจินัลของศิลปินต่างๆ เอาไว้แสดงโชว์ เพราะเสื้อยืดคือส่วนผสมของการได้แสดงงานศิลป์ไปพร้อมๆ กับการทำกำไรให้ศิลปินได้เป็นอย่างดี และถือเป็นเครื่องมือโปรโมตผลงานของศิลปินในราคาที่ย่อมเยา ขณะที่อีกซีกโลกหนึ่งอย่างญี่ปุ่น ก็เกิดความคิดว่าภาพถ่ายและงานศิลป์ไม่จำเป็นต้องจัดแบบอินดอร์อีกต่อไป นิทรรศการที่ชื่อว่า “T-Shirt Art Exhibition on the Beach” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ ชายทะเล เมืองโคจิ จึงจัดโชว์งานศิลปะแบบเอาท์ดอร์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการนำเสื้อยืดนับพันแบบมาแขวนแทนผ้าใบโชว์งานศิลปะ และเมื่อมีลมทะเลพัดผ่านมา เสื้อยืดเหล่านี้ก็คล้ายกับว่ากำลังเต้นรำโชว์งานศิลป์อวดสายตาผู้ชม

 

Wear to Know

โลกของทุนนิยมที่เกิดจากการผลิตแบบจำนวนมากได้ก่อให้เกิดการผลิตซ้ำ ที่ไม่เว้นแม้แต่เสื้อยืดลายหน้าเช เกบารา (Che Guevara) บุคคลผู้เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านระบบทุนนิยม ที่ยังคงถูกผลิตอยู่ซ้ำๆ จนชินตา และเพราะการผลิตซ้ำ ผลิตมาก แถมยังซับซ้อนในระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบันนี้เอง บรรดาผู้บริโภคจึงไม่เคยมีโอกาสได้เห็นกระบวนการผลิตทั้งหมด โปรเจ็กต์ “Planet Money Makes a T-shirt” ที่ระดมทุนผ่านคิกสตาร์ทเตอร์จึงได้ตามไปถ่ายทำเบื้องหลังการผลิตเสื้อยืด ที่เริ่มต้นตั้งแต่ห้องแล็บตัดต่อพันธุ์ฝ้ายที่ปลูกในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ส่งต่อทำเป็นฝ้ายดิบที่อินโดนีเซีย ปั่นเส้นด้ายที่บังกลาเทศ ส่งไปโรงงานผลิตเสื้อยืดผู้หญิงที่โคลัมเบีย ผลิตเสื้อยืดผู้ชายที่บังกลาเทศ แล้วส่งกลับมาขายยังสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยการถ่ายทำครั้งนี้ได้เปิดเผยราคาในทุกขั้นตอนของการผลิต แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ชมจะได้รับรู้นอกจากราคา ก็คือเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับเสื้อยืดทั้งหมด เพราะเบื้องหลังของเสื้อยืด มันก็คือโลกทั้งใบนั่นเอง

 

สนใจอ่าน : ประวัติเสื้อยืด T-Shirt ตอนที่ 1

ที่มา Creative Thailand