Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring

พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 2

 

Small is Cool

การย้ายฐานการผลิตไปยังเมืองที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ทำให้เมืองอุตสาหกรรมเก่าหลายแห่งเกิดผลกระทบแตกต่างกันออกไป ถ้าดีทรอยต์ (Detroit) เป็นตัวอย่างของความล่มสลาย บรูกลินก็เป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่หลังยุคอุตสาหกรรม (Postindustrial City) อย่างเต็มตัว ด้วยสถานการณ์ที่เดินมาถึงจุดที่สิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องพื้นฐาน ความคุ้นเคยกับทางเลือกในการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น และทัศนคติใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะหันหลังให้กับงานประจำและมาลองเสี่ยงกับการทำตามใจตนเองแม้ว่าจะไม่เคยทำธุรกิจนั้นมาก่อนเลยก็ตาม จึงเกิดเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่งดงามเพิ่มขึ้นมากมาย

สำหรับคริสที่เลิกล้มกับเครื่องปรุงอาหารก็ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของเนื้อแห้งออร์แกนิก บรรจุถุงขนาดครึ่งขีดกว่า (2 ออนซ์) ในราคา 10 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 330 บาท) ยี่ห้อ “คิงส์เคาน์ตี เจอร์กี้ (Kings County Jerky)” ด้วยความพิเศษของเนื้อที่เขาไปเสาะแสวงหามาจากฟาร์มวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าจากนิวเจอร์ซี (New Jersey) และเลือกที่จะสร้างความแปลกใหม่ด้วยรสชาติแบบตะวันออกคือ ขิงเสฉวนและกิมจิบาร์บีคิว

ความสำเร็จเรื่องแล้วเรื่องเล่าในบรูกลิกที่เผยแพร่ออกไปได้ปลุกเร้าให้หนุ่มสาวคนอื่นๆ ลุกขึ้นมาทำตามกระแสธุรกิจในฝันเป็นจำนวนมาก วิลเลียมสเบิร์กกลายเป็นย่านอาหารบูติกตั้งแต่พืชผักออร์แกนิก เครื่องปรุง ส่วนผสม และร้านอาหารที่มาพร้อมกับสูตรต้นตำรับและสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเพื่อนำไปแจ้งเกิดในตลาดสมอร์กาสเบิร์ก (Smorgasburg) ตลาดขายของสุดฮิปที่คึกคักจนถึงขั้นได้รับใบสมัครจองพื้นที่ทุกวัน และมีเพียง 10 รายเท่านั้นที่ได้รับเชิญให้เข้ามานำเสนองาน และเหลือเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ได้พื้นที่ขายของ

 

Craft Job
GRADY’S

จากความคิดเพียงแค่อยากทำให้การพักเบรก 10 นาทีเปี่ยมไปด้วยความหมายเพราะเป็นช่วงเวลาที่เขาจะได้ดึงตัวเองออกมาจาก ห้องทำงานสี่เหลี่ยม และไม่อยากใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการต่อคิวที่ร้านกาแฟ เกรดี้ เลียร์ดจึงลงมือผลิตกาแฟเย็นสูตรเข้มเข้นแต่รสละมุนจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองและนำไปแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆ จนโด่งดังในย่านที่ทำงาน เลียร์ดตัดสินใจเปิด “เกรดี้ส (Grady’s)” กาแฟเย็นแบบหยด (Cold Brew) สไตล์นิวออร์ลีนที่ชงและบรรจุขวดด้วยมืออย่างเต็มตัวเมื่อปี 2011

 

mountain-design-article-1000x563px-018-2

 

FINE & RAW

หลังจากหันหลังให้อาชีพด้านการเงินในแมนฮัตตันแล้วมาทำช็อกโกแลต “ไฟน์แอนด์ลอว์ (FINE & RAW)” ในโรงงานเล็กๆ ดาเนียล สกลาร์และผู้ช่วยได้เลือกใช้กรรมวิธีที่เรียบง่าย ตั้งแต่การใช้มือคัดเมล็ดคาเคา (Cacao) ไปจนถึงเทคนิคการผลิตด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของช็อกโกแลต ตัดและห่อกระดาษด้วยมือ และเริ่มจากการขี่จักรยานส่งตามร้านขายเครื่องปรุงก่อนที่จะมีร้านของตัวเองในที่สุด

 

mountain-design-article-1000x563px-018-1

 

EMPIRE MAYONNAISE

อดีตนางแบบและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของกูเกิลตัดสินใจนำสูตรมายองเนสของแม่ที่เพื่อนบ้านในบรูกลินชื่นชอบมาทำใหม่ โดยเสนอแนวคิดนี้ให้กับแซม เมสัน (Sam Mason) เชฟขนมอบระดับเทพ จนได้ร่วมกันผลิตมายองเนสรสชาติใหม่ภายใต้ชื่อ “เอ็มไพร มายองเนส (Empire Mayonnaise)” ที่บรรจุขวดแปะฉลากด้วยมือทุกขวด ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ถึง 850 กระปุกต่อสัปดาห์

ขณะที่ดัมโบ (DUMBO: Down Under the Manhattan Bridge Overpass) เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล อาคารเก่าแก่ถูกเปลี่ยนเป็นที่ทำงานให้กับฟรีแลนซ์ที่ทำงานให้กับบริษัทใหญ่ รวมถึงกลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพซึ่งประสบความสำเร็จอย่างเช่น etsy.com เว็บไซต์ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดออนไลน์ที่มียอดขายทะลุ 32,000 ล้านบาท (หรือประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ)

ในปี 2013 ธุรกิจของฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการผลักดันให้การจ้างงานในบรูกลินเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจถดถอยและการว่างงานในสหรัฐฯ ในปี 2012 การจ้างงานในบรูกลินมีสัดส่วนร้อยละ 15.1 ของการจ้างงานทั้งหมดในเมืองนิวยอร์ก เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2001 ที่มีสัดส่วนร้อยละ 13.4 ขณะที่ในแมนฮัตตันมีสัดส่วนลดลงจากในปี 1982 ในสัดส่วนร้อยละ 65.9 มาเหลือร้อยละ 63.1 ในปี 2000 และ ลดลงเหลือร้อยละ 60.5 ในปี 2012

โจนาธาน โบว์เลส (Jonathan Bowles) ผู้บริหารศูนย์เมืองแห่งอนาคต (Center for an Urban Future) ในนิวยอร์ก กล่าวถึงรายงานการจ้างงานของศูนย์ฯ ว่า แมนฮัตตันไม่ได้สูญเสียการจ้างงาน แต่เพราะนิวยอร์กมีเศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น ลูกจ้างในบรูกลินได้ประโยชน์อย่างมาก ทั้งดัมโบและวิลเลียมสเบิร์กเป็นแหล่งจ้างงานอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ธุรกิจขนาดเล็กๆ ในบรูกลินยังถูกกล่าวขวัญถึงในฐานะโมเดลเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ทั้งในแง่ของการแข่งขันกับสินค้านำเข้าและการเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวถึง 15 ล้านคน เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนด้วยระบบการผลิตแบบจำกัดจำนวนอย่างอุตสาหกรรมคราฟท์เบียร์ที่มียอดการเติบโตในแง่ของปริมาณขายถึงร้อยละ 18 ขณะที่เบียร์ทั่วไปกลับลดลงเหลือร้อยละ 1.9 ในปี 2013

 

สนใจอ่าน : พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 1
สนใจอ่าน : พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 3

ที่มา Creative Thailand