Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring

พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 3

 

HELLO FOLK

ยุคดิจิทัลได้สั่นคลอนธุรกิจสิ่งพิมพ์อย่างรุนแรง สำนักพิมพ์หลายสำนักจึงต้องปิดตัวลง แต่ในปี 2011 เด็กหนุ่มวัย 27 ปี นาธาน วิลเลียมส์ (Nathan Williams) จากพอร์ตแลนด์ กลับเปิดตัวนิตยสารเล่มใหม่


“คินฟอร์ก (Kinfolk)” ของนาธานสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการนิตยสารด้วยยอดจำหน่ายโดยเฉพาะในญี่ปุ่น ที่มีสาวกผู้คลั่งไคล้ถึง 14,000 เล่มจนต้องผลิตฉบับภาษาญี่ปุ่นขึ้น ก่อนขยายไปเป็นภาษาเกาหลี จีน และรัสเซีย รวมถึงยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ 175,000 ครั้งต่อเดือน ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมการปรุงและผลิตอาหารที่นำเสนอผ่านภาพที่ละเมียดสวยงาม บทสัมภาษณ์ และเคล็ดลับต่างๆ ในการปรุงอาหาร แต่ส่วนสำคัญที่สุดมาจากเรื่องราวและวิธีการทำงานอันเกิดจากการร่วมมือกับชุมชนนักเขียน ช่างภาพ ดีไซเนอร์ และเชฟจากทั่วโลกมากกว่า 50 แห่งต่อหนึ่งฉบับ รวมถึงกลยุทธ์การจัดปาร์ตี้ดินเนอร์ทุกเดือนที่เวียนไปตามสถานที่ต่างๆ และมีการสร้างสรรค์ธีมของงาน เช่น ปาร์ตี้คนขายเนื้อหรือการทำอาหารแคมป์ปิ้ง เสมือนการรวมกลุ่มผู้อ่านคินฟอร์กทั่วโลกให้มารวมกันทั้งที่ปาร์ตี้ และเวิร์กช็อปการปรุงอาหาร ภาพในหนังสือ และภาพยนตร์สั้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้อ่านถูกดึงดูดเข้าไปในเรื่องราวที่สุดแสนธรรมดาแต่ เปี่ยมด้วยความสุนทรียภาพอย่างไม่รู้ตัว

 
mountain-design-article-1000x563px-019-2


Keeping the Faith

ย้อนกลับมาที่คริส วอห์รลี เนื้อแห้งคิงส์เคาน์ตีของเขากำลังประสบปัญหาเพราะกำลังการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับความนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วิกฤติของเขาก็กำลังผ่านไปด้วยเงินทุนจำนวน 1,600,000 บาท (ราว 50,000 เหรียญสหรัฐฯ) จากเมืองนิวยอร์กที่มอบให้เพื่อใช้สำหรับการขยายกำลังการผลิตในรัฐเพนซิลวาเนียเพื่อให้เขาสามารถผลิตแบบขายส่งได้  

อย่างไรก็ตาม คริสยังพยายามรักษาความเป็นแบรนด์ถิ่นกำเนิดอย่างถึงที่สุดด้วยการทำงานร่วมกับหอการค้าบรูกลินเพื่อโน้มน้าวเมืองนิวยอร์กให้สร้างโรงงานผลิตอาหารขนาดกลางขึ้นในบรูกลินเพื่อเป็นฐานการผลิตสำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่แม้ว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะได้รับความนิยมทั่วประเทศแต่อย่างน้อยการผลิตก็ยังอยู่ที่เดิม

เนื้อแห้งของคริสอาจจะไม่ใช่รายเดียวที่ประสบกับความต้องการที่มากล้นเช่นนี้ เพราะการขยายตัวของความเป็นเมืองและกำลังซื้อตามการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตของอุตสาหกรรมบริการ ที่ค่อยๆ เข้า มาแทนที่อุตสาหกรรมการผลิตแบบจำนวนมาก (Mass Production) อาจทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องละทิ้งความตั้งใจเดิมที่จะคงอยู่ภายใต้การผลิตในขนาดที่กำลังคนจะผลิตได้ไหว

แต่ไม่ว่าจะมีคนละทิ้งมากเพียงใด โลกก็ได้ก้าวมาถึงจุดที่โอบอุ้มให้คนตัวเล็กมีที่ยืนมากขึ้น อีกทั้งยังปลุกเร้าให้คนใหม่เข้ามาแทนที่และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากส่วนต่างๆ ในโลกให้หมุนไปพร้อมกับระบบการผลิตขนาดใหญ่ ในส่วนหนึ่งความคิดของดร.ชูมาเคอร์อาจจะดูเหมือนชนะแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียทีเดียว

 

mountain-design-article-1000x563px-019-1


Artisan fellowship

ปัจจุบันอาการดื่มด่ำความสวยงามของวิถีชุมชนขนาดเล็กและสุนทรียภาพแบบคนรุ่นเก่าไม่ได้ส่งผล ต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารในบรูกลิน และคราฟท์เบียร์จากพอร์ตแลนด์เท่านั้น แต่เมื่อผนวกกับวิถีแห่งดิจิทัลที่แทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้ตลาดงานช่างฝีมือทั้งเติบโตและเปิดกว้างสำหรับผู้มีใจรักงานฝีมือทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผลงานจากงานอดิเรก งานเทคโนโลยี หรืองานที่ลูกค้ามีส่วนในการผลิต  
จากความสำเร็จของ Etsy.com ที่มียอดขายเกิน 3 หมื่นล้านบาท และผู้ใช้งานถึง 400,000 คนในปี 2013 มาสู่ “เชปเวย์ส (Shapeways)” เว็บไซต์สำหรับช่างฝีมือยุคใหม่ที่ยังคงแนวคิดการผลิตน้อยชิ้นตามอย่างงานฝีมือ เพียงแต่เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือล้ำสมัยอย่างเครื่องพิมพ์สามมิติ ซึ่งมีผู้ใช้งานเว็บนี้แล้วประมาณ 200,000 คน และในแต่ละเดือนจะมีชิ้นงานใหม่สำหรับซื้อขายกว่า 60,000 ชิ้นจากร้านค้า 10,000 ราย ทั้งเครื่องประดับแฟชั่น เคสโทรศัพท์มือถือ และส่วนประกอบต่างๆ ที่เครื่องพิมพ์สามารถผลิตได้ นอกจากนี้ผู้ซื้อยังสามารถออกแบบและสั่งผลิตงานตามชอบโดยผ่านโปรแกรมการออกแบบในเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง     

การเติบโตของเว็บไซต์ทำให้ ปีเตอร์ วายมาร์สเฮาเซน (Peter Weijmarshausen) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเชปเวย์สตัดสินใจลงทุนพัฒนาพื้นที่ขนาด 25,000 ตารางฟุตเพื่อเป็นที่พักอาศัย และเป็นโรงงานเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีทั้งนวัตกรรมและงานวิจัย เพื่อรองรับธุรกิจขนาดเล็กระดับผู้ประกอบการคนเดียวให้สามารถปรับเปลี่ยนแบบสินค้าตามความต้องการของลูกค้า และไม่จำเป็นต้องมีสถานที่เก็บสินค้าอีกต่อไป “เราเข้ามาทดแทนกำลังการผลิตแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจำนวนมาก ด้วยการผลิตได้จำนวนมากแต่ไม่ซ้ำกัน และคนที่ช่วยให้สิ่งเหล่านี้เกิดก็คือผู้ประกอบการอิสระ ช่างฝีมือ และผู้ที่มีงานอดิเรก โรงงานแห่งนี้จึงเกิดเพื่อตอบสนองให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตได้หากเพียงแต่มีจินตนาการ” ปีเตอร์กล่าว

 

 

สนใจอ่าน : พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 1
สนใจอ่าน : พลังไม่เล็กของคนตัวเล็ก กับรุ่งอรุณของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตอน 2

ที่มา Creative Thailand