Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring

เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 1

 

หลายต่อหลายครั้งที่เรื่องราวต่างๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังมหาศาลในการสร้างแรงบันดาลใจ ปลุกเร้าความทุ่มเทของมนุษย์ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เอาชนะอุปสรรค ศิลปะแห่งการเล่าเรื่องจึงถูกขยายจากการสื่อสารแบบปากต่อปากมาสู่การต่อยอดทางเทคโนโลยีและการออกแบบวิธีนำเสนอ เพื่อผลิตเรื่องราวที่โดดเด่นและเปี่ยมพลังให้หมุนเวียนไปตามบริบทใหม่อย่างไม่รู้จบ

สกอตแลนด์ ประเทศที่ผลิตนักเขียนและพิมพ์หนังสือมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังปรับระบบการศึกษาให้เป็นแหล่งบ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ (Creativity Skill) ของคนรุ่นใหม่ เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ด้วยการออกแบบหลักสูตรแห่งความเป็นเลิศ (Curriculum of Excellence) เพื่อเป็นหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 3-18 ปี ให้มีส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์และทักษะสร้างสรรค์ และหนึ่งในวิธีการให้ได้มาซึ่งหลักสูตรนั้นมาจากการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ดังเช่นที่เทศบาลเมืองเอดินบะระ ให้การสนับสนุนโครงการที่ชื่อว่าการสนทนาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Conversation) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มเครือข่ายการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์สำหรับเมือง (Creative Learning Network for the City) ที่ชักชวนผู้ที่อยู่ในแวดวงการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูในโรงเรียนต่างๆ ให้มาเล่าประสบการณ์และถกเถียงกัน เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ สำหรับการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนที่ต้องการตอบคำถามที่ว่า “อะไรคือความคิดสร้างสรรค์ และเราจะอบรมบ่มนิสัยเหล่านี้ได้อย่างไร” ซึ่งตั้งแต่ปี 2011-2013 มีครูที่เข้าร่วมวงสนทนานี้ถึง 480 คน

ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาทักษะสร้างสรรค์นั้น นอกจากการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการสื่อสารพื้นฐานที่ทำให้เกิดการแบ่งปันความรู้แล้ว ศูนย์การเล่าเรื่องสกอตทิช (Scottish Storytelling Centre) ยังเชื่อว่าเรื่องราวและการเล่าเรื่องจะช่วยทำให้หลักสูตรการเรียนนี้ สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเรียน เพราะการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเล่าเรื่องทำให้พวกเขามองเห็นบริบทต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน อีกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะที่สำคัญ 4 ด้าน คือ การตั้งข้อสงสัย การเปิดโลกทัศน์ การกระตุ้นจินตนาการ และการฝึกแก้ไขปัญหา

ที่ผ่านมาเรื่องราวและการเล่าเรื่องมักถูกกล่าวถึงในด้านการใช้ภาษาและวรรณกรรมมากกว่าจะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ดังนั้นการปรับหลักสูตรเพื่อบ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ด้วยการสอนให้เด็กๆ หัดเล่าเรื่อง จึงเป็นการฝึกทักษะที่รอบด้าน ทั้งการสื่อสาร การสร้างความมั่นใจในตนเอง การสร้างความร่วมมือ ความเข้าใจ และการเคารพผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เด็กเหล่านี้เติบโตไปเป็นผู้ประกอบการและพลเมืองที่เข้าถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์และการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

 

mountain-design-article-1000x563px-020

 

จับจุดจับใจ

แวดวงโฆษณาน่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์เรื่องราวมากที่สุด แต่ปัจจุบันการเล่าเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมัดใจผู้บริโภคกับการซื้อสินค้าอย่างเดียว แต่ยังขยายไปสู่การใช้งานอื่นๆ และทำให้ผู้ที่มีทักษะประเภทนี้มีความได้เปรียบมากขึ้น

บนเวทีการนำเสนอโครงการเพื่อระดมทุน นักลงทุนที่มีประสบการณ์โชกโชนไม่เพียงต้องการฟังว่าไอเดียที่นำเสนอมานั้นจะแก้ปัญหาได้อย่างไร แต่พวกเขายังอยากมองเห็นภาพของผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย อดัม เซเกอร์ (Adam Sager) เจ้าของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยบ้านคานารี่ (Canary) ที่สามารถระดมเงินจากแพลตฟอร์มระดมทุนอินดี้โกโก (Indiegogo) ได้ถึง 65 ล้านบาท (1.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) กล่าวว่า “คุณต้องเล่าให้คนฟังได้ว่า สินค้ามีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนอย่างไร เราไม่ได้เริ่มจากตัวฟีเจอร์ของสินค้า แต่เราทำให้ลูกค้ารู้ว่าปัญหาของพวกเขาได้รับการแก้ไขอย่างไร และถ้าหากไม่สามารถสื่อสารใจความสำคัญของสินค้าได้ในเวลาสั้นๆ คุณก็จะไม่ได้รับความสนใจ” หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่มีใครควักเงินออกจากกระเป๋า
ข้อแนะนำจากเวทีการระดมทุนไม่แตกต่างโมเดลของหนังสือเรื่อง The Dragonfly Effect: Quick, Effective and Powerful Ways to Use Social Media to Drive Social Change ที่นำเสนอโมเดลในการสร้างความสนใจและทำให้ลูกค้ายอมคล้อยตามในยุคที่สื่อออนไลน์แข่งกันนำเสนอสิ่งเร้าใจอยู่รอบตัว

เจนนิเฟอร์ อาเคอร์ และแอนดี้ สมิธ (Jennifer Aaker, Andy Smith) ผู้แต่งหนังสือกล่าวว่าจากโมเดลรูปปีกแมลงปอที่มี 4 ขั้นตอน คือ การโฟกัสเป้าหมาย (Focus) การสร้างจุดสนใจ (Grab Attention) การสร้างการมีส่วนร่วม ( Engage) และการลงมือ (Take Action) ส่วนที่ยากที่สุดคือการสร้างการมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ผู้ฟังรู้สึกใส่ใจและจดจำ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการนำเสนอแค่ข้อเท็จจริงและตัวเลข แต่มาจากเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของพวกเขา เพราะสมองของคนเราเชื่อมโยงกับกระบวนการและจดจำเรื่องราวได้มากกว่าการจำตรรกะ นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเราถึงจำเรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนและผลสุดท้ายของเรื่องราวได้ มากกว่าจำนวนของคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาในแต่ละปี

 

สนใจอ่าน : เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 2
สนใจอ่าน : เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 3

ที่มา Creative Thailand