Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring

เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 2

 

เมื่อต่อมความรู้สึกทำงาน ความสำเร็จขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ฟัง โดยการศึกษาของมหาวิทยาลัยแพทย์แมสซาชูเซตส์ (University of Massachusetts Medical School) พบว่าการใช้วิธีการเล่าเรื่องต่างๆ ช่วยโน้มน้าวให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลดความดันโลหิตลงได้ นอกจากนี้นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เพนน์สเตต (Penn State College of Medicine) ยังพบว่านักศึกษาแพทย์ที่มีทัศนคติว่าโรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่ดูแลได้ยาก มีการปรับความคิดและเห็นอกเห็นใจผู้ป่วยมากขึ้นเมื่อให้นักศึกษาเหล่านี้หัดเล่าเรื่องต่างๆ

 

ออกแบบให้ข้อมูลทำงาน

ถ้าหากหัวใจสำคัญของการโน้มน้าวคือการสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อกับคนฟังผ่านเนื้อเรื่องและตัวละคร แต่ในยุคที่ข้อมูลเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจทางธุรกิจและการใช้ชีวิตมากขึ้น ข้อมูลแบบบิ๊กเดต้า (Big Data) จึงต้องได้รับการออกแบบให้สามารถเล่าเรื่องได้เช่นกัน

“ความสามารถในการจัดการข้อมูล ทั้งการทำความเข้าใจ เก็บ ค้นหาความหมาย รวมทั้งการทำให้เห็นภาพ (Visualize) และสื่อสารมันออกมา เป็นทักษะที่สำคัญมากในทศวรรษหน้า” ดร. ฮาล อาร์. วาเรียน (Dr. Hal R. Varian) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกูเกิลให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2009 จนมาในปี 2016 ทุกอย่างก็ประจักษ์ขึ้น

ปัจจุบันบริษัทหลายแห่งหันมาใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ (Data Decision Making) เพราะสินค้าและบริการในปัจจุบันมีธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้มีข้อมูลของผู้บริโภคจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา ซึ่งบริษัทไม่เพียงต้องการนักวิเคราะห์และนักจัดการข้อมูล แต่ยังต้องการนักเล่าและจัดแสดงผลข้อมูลที่อย่างน้อยก็สามารถสื่อสารกับผู้บริหารและคนในองค์กรให้เข้าใจตรงกัน

สตีเฟน ฟิว (Stephen Few) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงผลข้อมูล (Data Visualization) กล่าวว่าตัวเลขมีเรื่องราว แต่ขึ้นอยู่ว่าจะเล่าเรื่องข้อมูล (Data Storytelling) นั้นแบบไหน เพราะการเล่าเรื่องข้อมูลมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดทำเป็นภาพ (Visualization) อินโฟกราฟิก (Infographic) การทำเป็นช่องแดชบอร์ด (Dashboard) รวมถึงการนำเสนอข้อมูล (Data Presentation) ที่ต้องการวางโครงสร้างขององค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ข้อมูล ภาพ และบทบรรยาย แต่ละองค์ประกอบให้ผลที่แตกต่างกัน ดังเช่นข้อมูลที่มีบทบรรยายจะช่วยอธิบายให้เข้าใจว่าข้อมูลชุดนั้นกำลังจะบอกอะไร เมื่อนำภาพมาประกอบกับข้อมูลจะช่วยทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และถ้าหากนำบทบรรยายมาประกอบกับภาพก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดอาการ “อิน” ไปกับเรื่องราวมากขึ้น ไม่แตกต่างจากการดูภาพยนตร์ สุดท้ายเมื่อนำ 3 องค์ประกอบนี้มารวมกัน ก็จะช่วยโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการตัดสินใจได้

 

mountain-design-article-1000x563px-021

 

เรื่องเล่าจากสถิติ

“ถ้ามีโรดแม็ปและรู้สถานการณ์ที่แท้จริงของโลก ผู้คนก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้น” ดร. ฮานส์ โรสลิง (Hans Rosling) อาจารย์ประจำสถาบันแคโรลินสกา (Karolinska Institutet) ในประเทศสวีเดน กล่าวถึงความคิดของเขาในการนำสถิติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจมานำเสนอให้คนเข้าใจว่า การขจัดความยากจนแบบสุดโต่ง (Extreme Poverty) หรือคนที่มีรายได้น้อยกว่า 34 บาทต่อวัน (1 เหรียญสหรัฐฯ) ที่มีอยู่ประมาณ 1 พันล้านคน เป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกที่ถูกจุด ด้วยเทคนิคการนำเสนอข้อมูลผ่านกราฟบับเบิ้ลที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยซอฟต์แวร์ของเขา ผสมกับเทคโนโลยีแบบเออาร์ (Augment Reality) สลับกับการฉายภาพยนตร์เรื่องราวของครอบครัวในประเทศมาลาวีและกัมพูชา รวมทั้งบทบรรยายที่ชวนให้คิดตาม ทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1800 จนถึงปี 2015 ที่ส่งผลให้คนกลุ่มใหญ่ของโลกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย หลุดพ้นจากความยากจนมาเป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่มีหนทางในการประกอบอาชีพมากขึ้น มีบริการสาธารณสุขดีขึ้น มีอัตราการเสียชีวิตของเด็กลดลงตามการศึกษาของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้น และมีการปรับจากครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีจำนวนบุตรเฉลี่ย 5 คนมาเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่มีบุตรเพียง 2 คน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยเทคโนโลยีที่ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เป็นทางออกที่เป็นไปได้ในการทำให้จำนวนประชากรของโลกที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 9 พันล้านคนในปี 2050 จะไม่เพิ่มต่อไปอีกหลังจากนั้น ผลคือโลกก็จะไม่ต้องแบกภาระที่หนักขึ้นไปอีก

 

สนใจอ่าน : เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 1
สนใจอ่าน : เล่าเรื่องไม่รู้จบ กับการสรรค์สร้างการสื่อสาร ตอน 3

ที่มา Creative Thailand